GLAM Liposculpt™ ในแบบหมอลูกหนู โปรแกรมดูดไขมันแล้วหมออยากให้รูปร่างเราเป็นยังไง

DOCTORLOOKNUU.COM · GLAM LIPOSCULPT™ · GL-A-D02

DOMAIN A · เข้าใจ GLAM ในแบบหมอลูกหนู | ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

GLAM Liposculpt™ ในแบบหมอลูกหนู โปรแกรมดูดไขมันแล้วหมออยากให้รูปร่างเราเป็นยังไง

เผยแพร่ครั้งแรก 26 สิงหาคม 2569 | อัปเดตล่าสุด 26 สิงหาคม 2569
หมวดหมู่ GLAM Liposculpt™ และวิธีคิดเรื่องโปรแกรมดูดไขมันของหมอลูกหนู
ผู้เขียนและผู้ตรวจทานพญ.มัณฑนัส พีระพัฒน์ชัย (หมอลูกหนู) ว. 37626

ถ้าถามหมอว่า GLAM Liposculpt™ คืออะไร หมอจะตอบง่าย ๆ ว่า เป็นวิธีคิดเรื่อง “รูปร่าง” ก่อนคิดเรื่อง “เอาไขมันออก” ค่ะ

เพราะเวลาหมอดูคนไข้ หมอไม่ได้คิดแค่ว่าตรงไหนมีไขมันแล้วจะเอาออกเท่าไร แต่หมอจะมองต่อว่า ถ้าตรงนี้เล็กลงแล้วเอวจะเป็นยังไง ด้านข้างจะต่อกันสวยไหม พอหันหลังแล้วรูปร่างยังสมดุลอยู่หรือเปล่า

สำหรับหมอ GLAM จึงไม่ใช่การเอาออกให้เยอะที่สุด แต่คือการรู้ว่า ตรงไหนควรลด ตรงไหนควรเก็บ และตรงไหนพอแล้ว

GLAM ของหมอ เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ ว่า “คนเราไม่เหมือนกัน”

คนไข้บางคนมาหาหมอแล้วบอกว่า “หมอ หนูอยากให้พุงเล็กลง” แต่พอเรานั่งคุยกันจริง ๆ สิ่งที่เขาอยากได้อาจไม่ใช่แค่พุงเล็กค่ะ เขาอาจอยากใส่ชุดแล้วเห็นเอว อยากหันข้างแล้วหน้าท้องไม่ยื่น หรือแค่อยากให้ช่วงตัวดูมีทรงขึ้น

เพราะฉะนั้น ถ้าหมอคิดแค่ว่า “ตรงนี้มีไขมัน เดี๋ยวเอาออก” มันยังไม่พอ

สุดท้ายคนไข้ไม่ได้กลับบ้านไปพร้อมตัวเลขว่าเอาไขมันออกกี่ลิตร แต่กลับไปพร้อม รูปร่างของตัวเองที่ต้องเห็นในกระจกทุกวัน

โปรแกรมดูดไขมันเองก็ถูกใช้เพื่อปรับรูปร่างหรือ contour บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ได้เป็นวิธีลดน้ำหนักโดยรวม ดังนั้นการมองเรื่อง “รูปร่างหลังทำ” จึงสำคัญกว่าการมองตัวเลขอย่างเดียวค่ะ

คนไข้ชี้พุง แล้วทำไมหมอถึงมองเอวกับหลังด้วย

เพราะร่างกายเราไม่ได้แบ่งเป็นช่อง ๆ ค่ะ

หน้าท้องต่อกับเอว เอวต่อกับปีกเอว แล้วปีกเอวก็ต่อไปถึงแผ่นหลังและสะโพก เวลาหมอมองรูปร่าง หมอเลยไม่ได้มองแค่ด้านหน้า แต่จะดูต่อทั้งด้านข้างและด้านหลัง

ถ้าคนไข้บอกว่า “หมอ หนูอยากทำโปรแกรมดูดไขมันพุงอย่างเดียว” หมอก็ดูพุงค่ะ แต่จะดูต่อว่า สิ่งที่ทำให้ช่วงตัวดูตันจริง ๆ มาจากหน้าท้องอย่างเดียว หรือเอว ปีกเอว และหลังมีส่วนด้วย

แต่หมอมอง ไม่ได้แปลว่าหมอจะให้ทำทุกจุดนะคะ

หมอแค่อยากรู้ให้ครบก่อนว่า ถ้าเราเปลี่ยนตรงนี้แล้ว ส่วนที่อยู่ข้าง ๆ จะเป็นยังไง

FAT Mapping™ ช่วยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับร่างกาย ส่วนแพทย์เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับการตรวจและเป้าหมายของคนไข้ก่อนวางแผน GLAM Liposculpt™

FAT Mapping™ ช่วยหมอตรงไหน

เวลามองด้วยตา หมอเห็นรูปร่างค่ะ แต่ก่อนวางแผน หมออยากรู้จักร่างกายของคนไข้ให้มากกว่านั้น

FAT Mapping™ ช่วยให้หมอมีข้อมูลเพิ่มว่าไขมันกระจายอยู่ตรงไหน บริเวณไหนเด่น บริเวณไหนสัมพันธ์กัน และสิ่งที่เราเห็นจากข้างนอกเป็นเรื่องของไขมันอย่างเดียวหรือมีองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย

FAT Mapping™ ไม่ได้เป็นคนบอกหมอว่า “ต้องทำโปรแกรมดูดไขมันตรงนี้”
FAT Mapping™ ให้ข้อมูล ส่วนหมอเป็นคนเอาข้อมูลนั้นมาคิดต่อ

แล้วค่อยใช้ GLAM Liposculpt™ วางแผนว่า สำหรับร่างกายของคนคนนี้ เราควรออกแบบไปทางไหนค่ะ

ไขมันไม่ได้มีแค่ “เยอะ” กับ “น้อย”

อีกอย่างที่หมอดูคือ Layer หรือชั้นของไขมันค่ะ

ไม่ต้องคิดให้ยากนะคะ เอาง่าย ๆ ว่าไขมันใต้ผิวของเราไม่ได้เป็นก้อนเดียวทั้งหมด เวลาหมอวางแผนจึงไม่ได้ดูแค่ว่าตรงไหนหนาหรือบาง แต่ต้องดูด้วยว่าอะไรเป็นส่วนที่ทำให้รูปร่างด้านนอกเป็นแบบที่เราเห็น

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบางครั้งหมอวาดบนตัวคนไข้นานมาก

หมอกำลังคิดว่า ตรงไหนควรลด ตรงไหนต้องเชื่อม แล้วตรงไหนอย่าไปเอาออกเยอะ

เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้รูปร่างของเราดูเป็นธรรมชาติที่สุด อาจเป็นสิ่งที่หมอเลือก “เก็บไว้” ค่ะ

ภาพแนวคิดของหมอลูกหนูในการวางแผนดูดไขมัน GLAM Liposculpt™ ว่าตรงไหนควรลด เก็บ หรือพอ

สำหรับหมอ “พอดี” สำคัญกว่า “เยอะ”

เวลาคนไข้ถามว่า “หมอ เคสหนูทำโปรแกรมดูดไขมันได้เยอะไหม” หมอจะไม่ได้เริ่มจากคำว่าเยอะค่ะ

“เท่าไรถึงจะพอดีกับรูปร่างของคนคนนี้?”

เพราะถ้าเอาออกเพิ่ม แต่รูปร่างไม่ได้ดีขึ้น เราก็ไม่จำเป็นต้องไล่ตามตัวเลข

สิ่งที่หมอสนใจมากกว่าคือ หลังทำแล้วเอวเป็นยังไง หน้าท้องต่อกับปีกเอวยังไง แขนต่อกับหัวไหล่ยังไง หรือขาต่อกับสะโพกเป็นยังไง

สุดท้ายทุกส่วนต้องกลับมาเป็น รูปร่างของคนคนเดียวกัน

GLAM Liposculpt™ ในแบบหมอลูกหนู

ถ้าให้หมออธิบายง่ายที่สุด

GLAM Liposculpt™ คือโปรแกรมดูดไขมันที่หมอคิดถึงรูปร่างก่อนคิดถึงปริมาณที่เอาออก

หมอดู FAT Mapping™ ดูชั้นไขมัน ดูสัดส่วน ฟังว่าคนไข้อยากได้อะไร แล้วค่อยเอาทุกอย่างมาคิดต่อเป็นแผนของคนคนนั้น

GLAM จึงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “เอาออกได้กี่ลิตร” หรือ “ทำได้กี่จุด”

“หลังทำแล้ว เราอยากให้รูปร่างของคนคนนี้เป็นยังไง?”

สำหรับหมอ นี่แหละค่ะคือจุดเริ่มต้นของ GLAM

สรุปแกนของบทนี้: GLAM Liposculpt™ ในมุมของหมอลูกหนูไม่ได้เน้นการเอาไขมันออกให้มากที่สุด แต่เน้นการทำความเข้าใจร่างกายก่อน แล้วนำข้อมูลจาก FAT Mapping™ ชั้นไขมัน สัดส่วน และเป้าหมายของคนไข้มาคิดต่อเป็น Body Design ที่เหมาะกับแต่ละคน

ก่อนคิดว่าเอาออกได้เท่าไร ลองเริ่มจากคำถามว่ารูปร่างหลังทำอยากให้เป็นอย่างไร

การประเมิน FAT Mapping™ ชั้นไขมัน สัดส่วน และเป้าหมายของแต่ละคน เป็นข้อมูลที่หมอนำมาคิดต่อก่อนออกแบบ GLAM Liposculpt™

อ่านบทความต่อในชุด GLAMอ่านเรื่อง FAT Mapping™

เกี่ยวกับผู้เขียน

ผู้เขียนและผู้ตรวจทานทางการแพทย์ของบทความนี้
พญ.มัณฑนัส พีระพัฒน์ชัย (หมอลูกหนู)
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ 37626

ข้อควรทราบเกี่ยวกับข้อมูลในบทความ

บทความนี้จัดทำเพื่ออธิบายแนวคิด GLAM Liposculpt™ และวิธีคิดเรื่องการออกแบบรูปร่างตามเนื้อหาต้นฉบับที่ให้มา ไม่สามารถใช้แทนการตรวจ การวินิจฉัย หรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้ ความเหมาะสมของโปรแกรมดูดไขมันและแผนการรักษาควรพิจารณาเป็นรายบุคคล

เผยแพร่ครั้งแรก 26 สิงหาคม 2569 | อัปเดตล่าสุด 26 สิงหาคม 2569

Image

 

ปรึกษา สายตรง ฟรี !!!

 

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

☎ 081-533-0444

@KMBHOSPITAL (มี @ ด้วยนะคะ)

ดูดไขมันลดน้ำหนักและสัดส่วน 
✔️ใส่ใจทุกขั้นตอน ✔️ดูแลอย่างใกล้ชิด

𝐂𝐎𝐍𝐓𝐀𝐂𝐓 𝐔S

𝐋𝐢𝐧𝐞 : line.me/ti/p/@KMBhospital

𝐓𝐞𝐥 : 081-533-0444

Facebook : www.facebook.com/kmbhospital

Instagram : instagram.com/kmb.hospital

Tiktok : tiktok.com/@dr.looknuu